2006/Apr/04

ผมดูหนังเรื่องเพื่อนสนิทเมื่อวันก่อน ตอนที่มันเข้าโรงก็ไม่มีเวลาและไม่มีโรงหนังจะไปดู เลยต้องรอมันออกมาเป็นแผ่นก่อน ถึงได้ไปซื้อมาดู มี่ผมซื้อเป็นDVD9 มีแถมให้อีกแผ่นทั้งเบื้องหลัง ฉากที่ตัดออก บทสัมภาษณ์ต่างๆมากมาย หลังจากดูจบ ไม่ได้รู้สึกดีอย่างที่คิดไว้ แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังนะ คือเสียดายฉากที่มันตัดไปซึ่งส่วนใหญ่เป็นฉากสมัยเรียนดากานดาและไข่ย้อย ซึ่งน่าจะทำให้รำลึกถึงบรรยากาศสมัยเรียนมหาวิทยาลัยได้ดี เสียดายที่จบแบบนั้นซึ่งผมที่อ่านกล่องไปรษณีย์สีแดงมาก่อนว่ามันไม่น่าจะเป็นว่าไข่ย้อยกลับไปหานุ้ยนะ น่าจะจบตอนที่นั่งเรือออกมาเหงาๆคนเดียวมากกว่า มันจะทำให้กลายเป็นหนังของคนเหงาๆเต็มที่เลย น่าจะเหมาะดี
ผมนึกย้อนกลับไปถึงสมัยเรียนมัธยมที่เคยนึกอยากไปเรียนม.ช.ด้วยหลังจากไข่ย้อยแนะนำตัวเองว่ามาจากสวนกุหลาบ(เช่นเดียวกับผม) ยังเสียดายอยู่เพราะถ้าได้ไปเรียนม.ช.จริงๆบรรยากาศการเรียนคงแปลกไปอีกแบบแน่นอนคงไม่เหมือนอยู่ใกล้ๆบ้านแบบนี้แน่ๆ นึกถึงตอนที่รุ่นพี่seniorเล่นพ่อปู่แล้วเลือกสาวๆสวยๆมาอ่านบทวาบหวามในหนังสือโป๊ให้ฟังเหมือนในหนัง นึกถึงตอนที่เราเป็นseniorแล้วช่วยกันทำแล้วอ้างว่าเพื่อรุ่นน้อง คำว่า"ศักดิ์สิทธิ์นะครับ" กะ"อย่าลบหลู่นะน้อง"ที่พูดไปนึกขำในใจตลอด
ถ้าถามผมว่าเป็นผมจะทำยังไง ผมว่าไข่ย้อยยังไม่รอคำตอบจากดากานดาเลย ฟังแค่คำตัดพ้อว่าแล้วแกมาบอกอะไรตอนนี้ ซึ่งผมว่าน่าจะเป็นคำตัดพ้อมากกว่า ดากานดาอาจจะรอคำนี้มานานมากๆ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรกลัวความเป็นเพื่อนหายไปเหมือนกัน ตอนนับ1-10ยังแอบยิ้มเลย ผมว่าดากานดารู้นะ และก็รออยู่ด้วย แต่อาจจะรอไม่ไหวและไม่แน่ใจด้วยว่าไข่ย้อยชอบแน่รึเปล่า เลยไปคบกะคนอื่นก่อน คืออย่างน้อยก็ไม่รังเกียจ ถ้าขอเป็นแฟนแต่แรกๆก็อาจะได้ก็ได้
แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ ใครเคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้ว คงจะเข้าใจว่ามันลำบากมากขนาดไหนในการจะตัดสินใจบอกกับคนที่เราคบแบบเพื่อนมานมนาน เพราะการบอกเนี่ยมันจะทำให้เสียเพื่อนไปเลยคนนึง เสียแบบไม่มีทางกลับมาเป็นอย่างเดิมได้ด้วย เฮ้อ....บางคนขนาดไม่ได้บอกก็ยังกลับมาเป็นแบบเดิมไม่ได้เลย แค่เพียงเพื่อนคนนั้นรู้ เค้าก็เปลี่ยนไปแล้ว เรื่องแบบนี้เศร้านะ
อิจฉาไข่ย้อยที่ได้มีโอกาสบอกรักคนที่เค้ารัก และมีคนที่รักเค้ามาบอกรัก ไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไงก็ตาม ความทรงจำตอนบอกรักกันเนี่ยแหละจะเป็นสิ่งที่ทำให้จดจำถึงความรักครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี
ขอบคุณ....เพื่อนสนิท

edit @ 2006/04/04 23:29:19

2006/Apr/01

ช่วงนี้มีเรื่องที่ทำให้ผมตื่นเต้นเหมือนตอนเป็นเด็กๆได้อีกครั้งนึง หลังจากติดตามข่าวมานาน ในที่สุด Final Fantasy 12 ก็ออกวางตลาดแล้ว เป็นเกมส์ในเครื่องPlaystation2เหมือนเดิม ยังไม่ย้ายไปไหน ภาคนี้เหมือนกับมาสู่บรรยากาศเก่าๆ ไม่เป็นอนาคตเกินไป ทำให้นึกถึงภาคเก่าๆ ประจวบกับได้ข่าวมาว่าภาคนี้เปลี่ยนแปลงระบบให้สมจริงมากขึ้น ทำให้น่าลองเล่นเข้าไปใหญ่ ต้องรีบไปซื้อมาเล่นแล้ว
ผมเริ่มเล่นFinalภาคแรกคือภาค3 สมัยนั้นมีเกมส์ภาษาเจ๋งๆอยู่แค่2เกมส์ คือDragon Quest ของEnix และ Final Fantasy ของ Square ที่สุดท้ายก็มารวมค่ายกันเพราะพิษเศรษฐกิจ ผมอาจเริ่มเล่นเกมส์ช้าเนื่องจากกว่าจะมีเครื่องเป็นของตัวเองก็ปาเข้าไปป.4แล้ว แต่ช่วงเด็กๆได้เห็นลูกพี่ลูกน้องชื่อพี่โป้งเล่นเกมส์Final3ให้ดูเป็นความประทับใจแม้จะอ่านไม่ออกเลยแต่ก็ใช้วิธีเดาบวกความคุ้นเล่นได้แบบรู้เนื้อเรื่องด้วยนะ ดังนั้นแน่นอนเกมส์แรกที่ซื้อหลังจากมีเครื่องFamicomคือFinal3 ยังจำได้ดีถึงนักดาบหัวหอม อาชีพตอนเริ่มเกมส์(ภาคนี้ใช้การเปลี่ยนอาชีพ) ที่กระจอกมากแต่สุดท้ายเป็นอาชีพที่ทุกคนต้องใช้ตอนจบเพราะเป็นอาชีพเดียวที่สามารถใช้ดาบหัวหอม และเครื่องป้องกันหัวหอมได้(ต้องนั่งปั๊มของอยู่ตั้งนานกว่าจะได้) ยังจำได้ดีถึงเรือเหาะ บอสแห่งธาตุทั้ง4ที่ยาก เพลงประกอบตอนสู้กับบอสใหญ่ที่ยังฮัมได้จนถึงบัดนี้
ภาคต่อมาที่ได้เล่นคือFinal5 เนื่องจากมีเครื่องSFCช้ากว่าชาวบ้านเค้าอีกแล้ว คือFinal4ออกมานานมาก จนออกภาค5แล้วถึงพึ่งมามีเครื่อง ก็มานั่งเล่นภาค5 ภาคสุดท้ายที่มีระบบJob ความจริงผมชอบระบบJobมากๆ เพราะทำให้เราเลือกได้ว่าจะให้ใครทำหน้าที่อะไร ได้สร้างตัวละครของเราเอง ภาคนี้มีตัวดำเนินเรื่องหลัก5ตัวที่เริ่มมีมิติคือมีอารมณ์ความรู้สึกของแต่ละคนมากขึ้น(เริ่มตั้งแต่ภาค4แล้ว) บอสแต่ละตัวก็มีเสน่ห์ เช่น ชินเร(ที่ยังไม่ชนะจนบัดนี้) กิลกาเมส เอ็กซ์เดธแต่เป็นภาคที่ยากที่สุดในseries กว่าเจะเล่นจบท้อไปหลายรอบมากๆ จนสุดท้ายต้องไปเก็บabilitiesเพิ่ม จนKnockได้ด้วย Level42!!!(ขี้เกียจเก็บ)ภูมิใจอยู่อย่างที่ยังไม่รู้จักใครที่จบด้วยlevelต่ำกว่านี้เลย
ภาค6นี่ก็เป็นอีกภาคที่เราชอบมากๆ มีตัวละคร12คน แต่ละคนมีเรื่องราวของตนเอง ตั้งแต่ทีน่าที่เป็นลูกครึ่งอสูร ล็อคที่เป็นนักล่าสมบัติที่มีอดีตเกี่ยวกับคนรัก จนถึงชาโดว์นินจาผู้ลึกลับกับอินเตอร์เซปเตอร์หมาคู่ใจ มีมนต์อสูรเยอะมากๆ เราจะใช้มนต์อสูรมาสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเอง มีการหักหลัง หลอกลวง สูญเสีย รัก3เส้า แต่เสียอย่างเดียวมีสูตรดกงมากมาย และเล่นง่ายไปหน่อย ภาคนี้จบหลายรอบมากๆ เป็นภาคแรกที่เริ่มมีมนต์สุดยอดอัลเทม่า และเป็นจุดเริ่มต้นของAltema Weaponและดาบอัลเทม่าที่ค่าการโจมตีแปรตามHPของคนที่ถือ
ภาค7เป็นภาคที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุด เป็นภาคที่เล่นอย่างจริงจังมากๆๆๆๆ เพราะถ้าใครยังจำได้ตอนจบแผ่นหนึ่ง เอริธโดนฆ่าตาย หลังจากนั้นมีข่าวลือมากมายในเนท ว่าถึงการชุบชีวิตเอริธ ทำให้หลายต่อหลายคนเสียเวลาในการทำตามข่าวลือนั้น และไม่ยอมแพ้พยายามหาทางให้เอริธคืนชีพให้ได้(แม้สุดท้ายจะเป็นแค่ข่าวลือก็ตาม) แต่ก็เป็นสิ่งที่คนเล่นเกมส์นี้ในช่วงนั้นจำได้อย่างแม่นยำมากๆ ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลองทำตามข่าวลือนี้ทุกคน ภาคนี้ภาพเป็นสามมิติ สวยงามมากๆ เป็นเกมส์ภาษาเกมส์แรกๆที่ทำเป็นโพลีกอนแม้จะเหลี่ยมมากๆแต่ก็นับว่าสุดยอดในยุคนั้น
ภาค8 ห่วย ทั้งระบบdrawเวทย์ และมนต์อสูรขี้โกงนั้น ทำให้ผมเลิกเล่นไปเลย
ภาค9 กลับมาตามใจคนเล่นเก่าๆ ทั้งระบบเวทย์ ชุดป้องกัน อาวุธ และ คริสตัลทั้ง4ที่กลับมาให้รำลึกถึงหลังจากหายไป4ภาค สนุกมากแม้ตัวละครจะไม่มีเสน่ห์ แต่ระบบดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ภาพสวย มนต์สวย ผมเล่นเกมส์นี้โดยแกะเอง ไม่ใช้บทสรุป(เพราะมันยังไม่ออก) เล่นตอนปี3แข่งกับเพื่อนอีกคน(ดุ่ย)ว่าใครจะจบก่อนใคร สนุกมากๆ
ภาค10 ได้เล่นหลังเกมส์ออกมา3ปี เพิ่งจบไปได้ไม่นานนี้เอง ประทับใจเนื้อเรื่องและระบบsphere มากๆ แต่ไม่ชอบที่ระบบชุดป้องกันและอบิลิตี้ของอาวุธ มันไม่ดีเลย และก็มนต์อสูรก้โกงไปหน่อย(ไม่เท่าภาค8) แต่โดยรวมถือว่าโอเค สนุก ยากแค่บอสใหญ่ แต่คิดได้ไงให้พระเอกเป็นความฝันเนี่ย สุดยอดเลย
ภาค10-2 พูดง่ายๆว่าใช้ระบบJobแบบแปลกๆ และเหมือนsailor moonมากไปหน่อย เลยเลิกเลย
จะได้ลองแล้ว อีกไม่นานนะ Welcome back Old Friend!!!!!!

edit @ 2006/04/02 00:44:02
edit @ 2006/04/02 00:45:33

2006/Apr/01

เพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน หรือรู้จักผม หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงใช้ชื่อว่าFridayLoverในเนททุกครั้ง เคยมีคนถามเหมือนกัน ก็ตอบไป พอดีตอนนี้มีบลอคของตัวเอง เลยมาเขียนไว้เล่นๆ
เหตุผลของการใช้ชื่อนี่อยู่ที่ ปกติวันจะมี7วันใช่ไหมครับ วันที่คนส่วนใหญ่ชอบเนี่ยน่าจะเป็นวันศุกร์ เพราะว่าเป็นวันที่เลิกงานแล้วไม่ต้องกลับไปทำงานอีกในวันรุ่งขึ้น ถ้าเป็นนักเรียนก็ได้หยุดเรียนวันรุ่งขึ้น อาจยกเว้นบางอาชีพเช่นค้าขายที่ไม่มีวันหยุด แต่ก็นับว่าคนส่วนใหญ่ วันศุกร์เป็นวันที่คนนิยมสังสรรค์กัน กินเลี้ยงกัน พักผ่อนหลังจากผ่านภาระงานอันเคร่งเครียดมาตลอดสัปดาห์ เป็นวันที่คนทำงานต่างจังหวัดได้กลับบ้านไปพบครอบครัว วันที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา อาชีพหมออย่างผมแม้จะต้องมีการอยู่เวรก็ไม่มีข้อยกเว้น สมัยก่อนตอนเรียนก็ไม่รู้สึกเท่าไหร่(เพราะต้องทำธง) ยิ่งตอนExternยิ่งแล้วใหญ่วันเสาร์ก็ต้องroundต้องดูคนไข้
มารู้สึกเอาหนักๆตอนทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนคนนึงแล้วด้วยเนี่ยแหละ ยิ่งทำงานไกลบ้านแบบนี้ยิ่งรู้สึกว่าวันศุกรืเป็นวันที่ดี ผมได้กลับบ้านไปหาครอบครัวก็วันศุกร์ ได้พักจากงานตรวจคนไข้อันหนักหน่วงก็วันศุกร์ แม้บางครั้งจะต้องอยู่เวรสุดสัปดาห์บ้างก็แค่1-2 สัปดาห์ต่อเดือนเท่านั้น นอกนั้นก็ได้พัก ทำให้รู้ว่าวันศุกร์มีความสำคัญต่อมนุษย์มากขนาดไหน
ก็เลยกลายเป็นที่มาของFridayLover.....แล้วคุณล่ะรักวันศุกร์มั้ย??

edit @ 2006/04/02 00:46:00